ข่าวน่าสนใจ
เปิดเบื้องลึกอียูยอมฟื้นสัมพันธ์กับไทยหลังสะบั้นจากปฏิวัติ

    เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2560 นายมนัสวี ศรีโสดาพล หัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรปได้ให้สัมภาษณ์พิเศษ นายบุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐกรุ๊ปประจำเบลเยียม หลังจากอียูออกแถลงการณ์ข้อมติของคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปเกี่ยวกับไทย ระบุให้มีดำเนินการติดต่อทางการเมืองในทุกระดับกับประเทศไทยเพื่ออำนวยความสะดวกการเจรจาในประเด็นที่มีความสำคัญร่วมกัน ดังนี้

    สาเหตุหลักที่อียูยอมคืนความสัมพันธ์กับไทยเนื่องจากอียูเห็นถึงพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมในการกลับสู่ประชาธิปไตยของไทยรวมถึงการที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงว่า จะมีการเลือกตั้งในช่วงเดือน พ.ย.2561 และความคืบหน้าของการดำเนินการร่างกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ ที่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน อียูตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-อียู เพราะนอกจากการที่อียูมีการค้า และการลงทุนเป็นกอบเป็นกำกับไทยแล้ว ยังเล็งเห็นบทบาทของไทยในภูมิภาค ทั้งในด้านวามมั่นคงและเศรษฐกิจ อีกทั้งเป็นพันธมิตรในการขับเคลื่อนประเด็นท้าทายต่าง ๆ ของโลก เช่น สิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน 

    ทั้งนี้ การเปิดกว้างให้มีการติดต่อทางการเมืองทุกระดับระหว่างไทยกับประเทศสมาชิกของอียูทั้ง 28 ประเทศ และกับคณะกรรมาธิการยุโรป จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับไทยทั้งในทางการทูตและในทางธุรกิจนอกจากนั้น จะเป็นโอกาสดึงดูดให้ยุโรปมาช่วยสนับสนุนการลงทุนใน Eastern Economic Corridor (EEC) และการนำนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อรองรับนโยบาย Thailand 4.0 ทั้งตลอดจนเพิ่มพูนการค้าระหว่างอียูกับไทยอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดโอกาสให้มีการเตรียมการเพื่อรื้อฟื้นการเจรจา FTA ไทย-อียู โดยการยอมฟื้นความสัมพันธ์กับไทยนั้นอียูจะให้ความสำคัญกับเรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และเสรีภาพพื้นฐาน เป็นสำคัญ